วันพฤหัสบดีที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กรรมะกับชีวิต : เรื่องที่ 1 วิญญาณเกาะหลัง

เมื่อไม่นานมานี้ดิฉันได้สนทนากับหญิงสาวท่านหนึ่งอายุน่าจะอยุ่ประมาณ 38 – 40 ปี เธอเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว เราสนทนากันหลายเรื่องจนกระทั่ง มาถึงเรื่องของสุขภาพ เธอเล่าว่า ประมาณ 5-6 ปีที่ผ่านมาเธอมีโรคประจำตัวอยู่โรคหนึ่ง คือ ปวดหลัง มันเจ็บมากขนาดไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลย เพราะหลังแข็งและเจ็บเข้าไปถึงหัวใจทีเดียว อาการนี้มักจะเป็นตอนตื่นนอน เธอต้องค่อยๆตะแคงข้างค่อยๆขยับตัวจนกว่าจะลุกขึ้นได้ และจะปวดอยู่อย่างนี้เกือบทั้งวันแต่อาการไม่รุนแรงเท่าตอนตื่นนอนใหม่ๆ พอเล่ามาถึงตอนนี้เธอก็กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาเธอพบกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตมากมายจนท้อแท้ หัวใจอ่อนแอไปหมด จึงหันหน้าเข้าหาพระธรรม โดยเริ่มจากการหาบทสวดมนต์มาสวดทุกวัน ทั้งเช้าและก่อนนอน หมั่นทำบุญให้ทานมากขึ้น เริ่มศึกษาธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมหรือเข้าวัดแต่อย่างใด การสวดมนต์คือสิ่งที่เธอถูกจริตที่สุด และทำอย่างมีใจจดจ่ออยู่ในพระคาถานั้น เริ่มด้วย บูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล 5 อิติปิโส ถวายพรพระ ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก ชินบัญชร บทสรรเสริญเจ้าแม่กวนอิม และแผ่เมตตาทั้งอย่างปกติ และอย่างยาวโดยเฉพาะบทแผ่เมตตาแบบของ แม่ชีทศพร แต่จุดสำคัญของเรื่องคือ

อาการปวดหลังของเธอหายไปอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ หลังจากที่ทำอย่างนี้ไม่นานเพียงอาทิตย์แรกๆเท่านั้น ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นเพราะอานุภาพของ การสวดมนต์แน่นอน เธอเล่าว่า วันหนึ่งเธอได้พบบุคคลคนหนึ่งซึ่งมีจิตสัมผัสกับเรื่องวิญญาณได้ (เธอไม่ได้เล่าอาการปวดหลังของเธอให้เขาฟัง) เขาบอกเธอว่า มีวิญญาณมาเกาะอยู่ที่หลังของเธอนะ ในขณะนั้นสิ่งแรกที่เธอคิดคือ ต้องเป็นวิญญาณบิดาของเธอแน่นอนเพราะก่อนที่บิดาของเธอจะเสียชีวิตนั้น ท่านเป็นอัมพาตนอนนิ่งไม่สามารถจะขยับตัวได้ และก่อนที่บิดาของเธอจะเสียชีวิตเพียงไม่กี่วันเธอได้กลับบ้านไปเยี่ยมบิดา ที่ อำเภอ ปากช่อง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ และเห็นว่าบิดาคงอยากจะขยับตัวบ้างจึงยกบิดาขึ้นนั่ง เธอเห็นท่าทางและแววตาของท่านดูมีความสุขและตื่นเต้นที่ได้นั่ง หลังจากนั้น 2 -3 วันเธอก็ได้รับข่าวว่า บิดาตกจากที่นอนเสียชีวิตแล้ว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอเสียใจมาก เพราะเธอคิดว่าตนเป็นต้นเหตุให้บิดาเสียชีวิต ญาติพี่น้องของเธอบอกว่า หลังจากวันนั้นที่เธอช่วยยกร่างของบิดาให้นั่งแล้ว บิดาของเธอก็พยายามสื่อบอกให้คนในบ้านยกท่านนั่งอีก แต่ไม่มีใครตามใจท่าน และสุดท้ายท่านคงพยายามที่จะลุกเองจึงทำให้ตกจากที่นอนและไม่มีคนเห็น พอมาพบก็สิ้นใจเสียแล้ว และนี่อาจเป็นจิตที่คิดถึงผูกพันธุ์กันก็ได้ จึงทำให้วิญญาณของบิดามาอยู่กับเธอ หญิงสาวคิดเช่นนั้น แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า วันไหนถ้าไม่สวดมนต์ หรือสวดมนต์แล้วไม่ครบถ้วนอย่างเคย หรือ ไม่แผ่เมตตา เช้าวันต่อมาหลังของเธอก็จะเจ็บขึ้นมาอีก บางครั้งมากกว่าเก่าเสียด้วย นั่นจึงเป็นเหตุให้เธอสวดมนต์ทุกวันไม่ขาด และเริ่มเชื่อในเรื่องของจิตวิญญาณ และกฏแห่งกรรม เธอบอกว่า เธอรักพ่อมาก และไม่โกรธพ่อเลย ดีใจเสียด้วยซ้ำไป ที่ได้มีส่วนช่วยเหลือพ่อ ได้แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้พ่อทุกวัน สงสัยและเสียใจอยู่เล็กน้อยเท่านนั้นเองว่า บุญกุศลที่เธอสร้างนี้จะช่วยให้พ่อของเธอพ้นทุกข์ได้เมื่อไร และเธอไม่รู้ว่าใครคือ เจ้ากรรมนายเวรของพ่อ ถ้ารู้เธอจะได้ช่วยแผ่เมตตาส่งไปให้ด้วย เพื่อพ่อจะได้ไปสุขคติพ้นจากกองทุกข์เสียที

ดิฉันบอกกับเธอว่า เมื่อเราเติมน้ำใสลงสู่น้ำขุ่นทุกวัน เติมแต่น้ำที่ใสสะอาดตลอดเวลาไม่มีวันหยุด ในที่สุดน้ำขุ่นในภาชนะนั้นก็จะกลายเป็นน้ำใสได้ แม้จะมีเศษฝุ่นตะกอนหลงอยู่บ้างก็เพียงเล็กน้อยเต็มที เช่นเดียวกับ กรรม เมื่อเราสร้างสมแต่สิ่งที่ดีๆ ที่สะอาดบริสุทธิ์ และศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง กรรมชั่วก็จะหยุดให้ผลไปเอง ที่เหลืออยู่คือ ความสงบร่มเย็น และความเป็นอิสระต่อกรรมนั้นๆ ขอธรรมจงรักษาผู้ประพฤติธรรมทุกท่าน.

เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม

ไม่มีความคิดเห็น: