แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล 5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีล 5 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

สายสัมพันธ์แห่งรักแท้

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกทรงกลมเหมือนผลส้มใบนี้ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ล้วนมีความผูกพันธ์กันทั้งสิ้น เวลาเป็นเครื่องกำหนดความเป็นไปของสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงและในสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นยังมีลีลาเฉพาะตนอีกด้วย ซึ่งแต่ละลีลายังโยงใยสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งเสมอ ไม่มีแม้แต่สิ่งเดียวที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยไม่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับสิ่งใดๆเลยได้ สิ่งที่โดดเดี่ยวนั้นมันอยู่ไม่ได้ต้องสลายไปในที่สุดในทันที ดังนั้นทุกๆสิ่งบนโลกและนอกโลกล้วนถูกผูกเข้าด้วยกันด้วยเวลา และลีลา ผูกพันธ์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนแยกไม่ออกทั้งสิ้น

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาผู้รู้แจ้งโลก ได้ค้นพบความลับในข้อนี้ พระองค์ทรงรู้แจ้งแทงตลอดอย่างยิ่ง และด้วยความเป็นเอกเลิศทางปัญญาของพระองค์จึงทำให้โลกรู้ว่า ไม่มีสิ่งใดจะสามารถอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยวอย่างไม่แยแสผู้อื่น และอยู่อย่างเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้แต่เพียงผู้เดียว พระองค์ทรงประกาศธรรมะนี้ต่อโลกเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว แม้เวลาจะผ่านมานานสักปานใดธรรมะของพระองค์ก็ยังทันสมัยและยังใช้ได้อยู่เสมอมา ข้อศีลข้อวัตรต่างๆที่พระองค์ทรงวางไว้ก็ล้วนแต่เป็นข้อธรรมที่ทำให้เกิดการอยู่ร่วมอย่างสันติสุข มีความราบรื่นในการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งที่เมื่อผู้ใดปฏิบัติตามย่อมอยู่เป็นสุขในทุกที่ ข้อศีลและข้อธรรมที่ควรรู้ควรปฏิบัติเริ่มแต่ ศีล 5 ธรรม 5 ก็เพื่อความเป็นไปอย่างปกติและเป็นสุขอยู่ทุกเมื่อของทุกชีวิตทุกสรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลกที่ต้องอยู่ร่วมกันต้องพึ่งพากันและกัน การถนอมรักษาจิตใจและรักชีวิตของกันและกันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงนั้น เป็นสิ่งมีค่าเลอเลิศสูงสุดหาสิ่งใดมาเปรียบมิได้ จริงไหมลองคิดกันดูเถิด

ดูง่ายๆความสัมพันธ์ระหว่าง แม่-พ่อกับบุตร, คุรุกับศิษฐ์,สหายกับสหาย, บ้านเรากับเพื่อนข้างบ้าน, ประเทศชาติของเรากับอาณามิตรประเทศต่างๆ, และอีกสิ่งที่สำคัญที่ลืมไม่ได้ คือ ธรรมชาติกับชีวิต สัตว์ทั้งหลายทุกๆตัวในโลกนี้ กระทั่งยังรวมไปถึง อากาศ ผืนดิน ผืนป่า แม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร หรือแม้แต่ดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ ระบบจักรวาล ล้วนผูกพันธ์กันเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายกันทั้งสิ้น สิ่งต่างๆที่กล่าวมาหากพบความเสื่อมเสียวิบัติลงเมื่อใดสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นย่อมได้รับผลกระทบโดยทั่วกันเป็นลูกโซ่ จะมากหรือน้อยแล้วแต่เหตุปัจจัยที่เป็นส่วนประกอบของสิ่งนั้นๆ อย่างเหตุการณ์ทางภัยธรรมชาติเป็นต้น สาเหตุหนึ่งเกิดเพราะความไม่เที่ยงที่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่อีกสิ่งคือ ความเห็นแก่ตัวของกลุ่มคนหรือตัวบุคคลต่างๆ ที่เขาเกิดมาเพื่อทำชั่วเพื่อการกอบโกย เอาแต่ได้ใครจะเดือดร้อนไม่สนใจเปรียบเหมือนสัตว์นรกหนีมาเกิดก็ว่าได้ แต่ถ้า!เรารู้จักเป็นผู้ให้ เป็นผู้มีศีลธรรมรักษากายและจิต รู้จักละอายใจเมื่อคิดชั่ว และเกรงกลัวต่อการทำชั่วไม่กล้าลงมือกระทำความชั่วนั้นเพราะเชื่อในบาปบุญคุณโทษ ทุกอย่างก็เป็นความเมตตากรุณาปราณีต่อกัน ถนุถนอมกายใจของตนเองและผู้อื่นมิให้เจ็บช้ำ ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ทำลายล้างไม่คิดร้ายทำลายใครเพราะสงสารเขาเห็นคนอื่นเปรียบดังเป็นเช่นบุตรอันเป็นที่รักแห่งตน และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ทุกคนล้วนมีความเมตตา มีความปราถนาดีที่จะมีให้แก่กัน ความสงบสุขความร่มเย็นย่อมมีขึ้นกับทุกสิ่งที่กล่าวมานี้ ถ้าเป็นอย่างนี้เชื้อแห่งโพธิความเป็นโพธิสัตว์เบื้องต้นย่อมเกิดแก่เราทุกคนได้ เนื่องจากเราเป็นผู้ให้มากกว่าการเป็นผู้ขอ เพราะเราทั้งหลายย่อมไม่คิดร้าย ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียน ไม่อาฆาตพยาบาทไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่คิดจะทำให้ใครสิ่งใดต้องฉิบหายไป ทุกคนล้วนอยากเห็นผู้อื่นพ้นทุกข์และปราถนาอยากมอบความสุขให้กัน นี่แหละหนทางแห่งการได้เข้าไปสู่แดนแห่งความสงบ สว่าง สะอาด ในโลกที่ยังมีลมหายใจอยู่โดยไม่ต้องรอให้ตายก่อนแล้วค่อยขึ้นสวรรค์ เพียงพิจารณาเท่านี้สวรรค์ก็เกิดขึ้นแล้วในใจเราในทันทีนี่เอง และนี่เองคือความรักแท้จริง รักบริสุทธิ์ รักไม่เสื่อมคลาย รักชนิดสร้างสรร รักแล้วเป็นสุขปราศจากทุกข์ เพราะทุกคนอยากเป็นผู้มอบให้ มากกว่าอยากเป็นผู้เรียกร้องอยากได้ตลอดเวลา

ฝากท่านทั้งหลายลองคิดพิจารณากันดูตั้งแต่นี้เดี๋ยวเถิดว่าจริงหรือไม่ ถูกหรือเปล่า? ที่เราบูชาเงินทอง ทรัพย์สมบัติ สังคมหน้าตา ชื่อเสียงเกียตรยศ ทั้งหลายว่านั่นเป็นสิ่งที่ยอดที่สุด ความปลอดภัยเป็นสุข ความร่มเย็นเป็นสุข ความสว่างแห่งกายความสบายแห่งจิตและความเป็นปกติสุข ความปลอดภัยอยู่ทุกเมื่อ จะเกิดได้จากอะไรกันแน่ เพียงท่านยิ้มให้กับใครสักคนหนึ่งอย่างจริงใจสิ่งที่ท่านจะได้รับก็คือรอยยิ้มเช่นเดียวกัน เมื่อท่านเป็นผู้ให้อย่างจริงใจท่านก็จะได้รับการให้ตอบเช่นกัน และถ้าโลกนี้มีแต่มิตรภาพสัมพันธะจิตอันอ่อนโยน ความซื่อสัตย์สุจริตที่เปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณาต่อกัน ย่อมนำสุขแท้มาให้เราและคนที่เรารักและบ้านของเรา โลกของเรามิใช่หรือ เมื่อนั้นไม่ว่าท่านจะนั่ง จะนอน ยืน เดินในที่ใดๆ ทุกที่นั้นย่อมเป็นสุข เป็นปกติปลอดภัย สิ่งเหล่านี้มิใช่หรือที่เราต้องการอย่างแท้จริง ท่านอาจจะเผลอพูดออกมาว่า “สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ สุขจริงหนอ” ก็ได้เมื่อวันนั้นมาถึง

เวลาชีวิตนั้นเหลือไม่มากพอที่จะมาสร้างลีลาอันโฉดเขลาแล้วเป่าประกาศว่า ขอโอกาสอีกสักครั้ง โอกาสนั้นไม่มีสำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา และไม่เห็นคุณค่าแห่งความรักความเมตตาไม่มีโอกาสสำหรับผู้มีใจหยาบ

หากท่านขาดสายสัมพันธ์แห่งโพธิ ขาดสิ้นสัมพันธ์รักแท้ที่มาจากความเมตตา ซึ่งเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่สุดของมนุษยชาติที่กำลังจะหมดไปในไม่ช้า โลกจะพินาศเร็วกว่าที่คิดชนิดไม่ทันตั้งตัวก็เป็นได้
เรามาช่วยกันสานต่อ ผูกเชื่อม โยงใยสายสัมพันธ์แห่งความรักอันบริสุทธิ์กันเถิด เริ่มตั้งแต่ตัวเรา ลูกของเรา ญาติของเรา เพื่อนของเรา และผู้คนรอบข้างเรา ที่สุดโลกของเรา เข้าด้วยกันได้หรือยัง ถ้าท่านตอบว่าได้แล้ว ท่านจงเป็นผู้ให้ความรัก ท่านจงเป็นผู้มอบความเมตตานั้นๆ อย่างอ่อนโยนและจริงใจต่อผู้ร่วมสายสัมพันธ์รักนี้เถิด นี่คือสวรรค์บนดินและสวรรค์คนเป็น อย่างแท้จริง.

แก้วเกษม ศรัทธาโพธิธรรม

วันอังคารที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

มาสร้างบุญ¬บารมีกันเถอะ

มาสร้างบุญ-บารมีกันเถอะ

1. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 15นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)อานิสงส์---เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้าเพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่ายจิตจะรู้วิธีแก้ปัญ­หาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญ­รุ่งเรืองไม่มีวันอับจนผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรงเจ้ากรรมนายเวรและ­ญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน อานิสงส์---เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริ­ญก้าวหน้าเงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา,พระคาถาชินบั­ญชร, พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้นเมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
3. ถวายยารักษาโรคให้วัด,ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์อานิสงส์---ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลาสุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
4. ทำบุญ­ตักบาตรทุกเช้าอานิสงส์--- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหารตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทานอานิสงส์---เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ สรรเสริญ­ ปัญญา และบุญ­บารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ชีวิตจะเจริญ­รุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
6. สร้างพระถวายวัดอานิสงส์---ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริ­ญรุ่งเรือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุขได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไปอานิสงส์--- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุ­ให้­ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาจิตเป็นกุศล
8. บริจาคเลือดหรือร่างกายอานิสงส์---ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษาได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ อานิสงส์---ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้นหน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใสเป็นอิสระ
10. ให้ทุนการศึกษา,บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ,อาสาสอนหนังสือ อานิสงส์---ทำให้มีสติปั­­าดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปั­­ญญา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปั­­ญญาสมบูรณ์พร้อม
11. ให้เงินขอทาน,ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)อานิสงส์---ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลงจะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8 อานิสงส์---ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญ­รุ่งเรืองกรรมเวรจะไม่ถาโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์
12.1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
12.2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
12.3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
12.4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
12.5. มีอายุมั่นขวัญ­ยืน
12.6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
12.7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
12.8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
12.9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสูอบายภูมิ
12.10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพอานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
10.1.1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ ­
10.1.2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
10.1.3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุ­ญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
10.1.4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
10.1.5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
10.1.6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ (เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์วาสนายั่งยืน
10.1.7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
10.1.8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์เข็ญหายไป­สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
10.1.9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญ­เกื้อหนุน มีปัญญ­­าล้ำเลิศ บุ­ญกุศลเรืองรอง
10.1.10.สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญ­อย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่จะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้า เกิดปัญญ­­าในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิ­­ญญาหก สำเร็จโพธิ­ญาณอานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์ (บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุ­ญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร)
1. หน้าที่การงานจะเจริญ­รุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ­ตามปรารถนา
2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญ­­าแจ่มใส ปัญ­หาชีวิตคลี่คลาย
4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่ สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ ให้คนได้บวช ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุ­ญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญ­เสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญ­ได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญ­มาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญ­สร้างกุศลได้ต่อให้­ญาติโยมทำบุ­ญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ­ ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญ­บารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ.­