ธรรมะเพื่อเผยแผ่ธรรมะสายพระโพธิสัตว์ โดยเฉพาะอันเกี่ยวกับความเชื่อ ความศรัทธาต่อพระโพธิสัตว์กวนอิม และพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นสัจจะจริงอีกทั้งเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ศรัทธาในการทำความดีต่อไป สนใจส่งบทความได้ที่ : keawkasem@gmail.com
วันพุธที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
เรื่องที่ 3 วิญญาณอาทวดมาบอกลามาบอกลา (เก็งซิวโกว)
เรื่องต่อไปนี้เกิดมาประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุในขณะนั้นประมาณ 6-7 ปีเห็นจะได้ซึ่งเป็นเจ้าของประสพการณ์ที่กำลังจะเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังต่อไปนี้
เรื่องมีอยู่ว่า ขอสมมุติชื่อของเธอว่า เด็กหญิง “บัวบุญ”
บัวบุญมีบิดา-มารดาเป็นคนจีน ประกอบอาชีพอิสระ อยู่แถว ตลาดสนามเป้า อนุเสาวรีย์ชัย กทม. ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่ชอบทำบุญ ทั้งแบบประเพณีจีนและไทย นั่นคือ ทั้งไหว้เจ้าและทำบุญใส่บาตรเลี้ยงพระเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้เป็นมารดา จะต้องต้มข้าวต้มหมู หม้อใหญ่ๆ ไปเลี้ยงพระคณะ 5 ทั้งคณะ ที่วัดสระเกศ ภูเขาทอง ซึ่งตั้งอยู่ แถววรจักร เป็นประจำทุกวันพระมิได้ขาด ทำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยให้ผู้เป็นสามีนำไปถวาย และเด็กหญิงบัวบุญ ก็มักจะขอให้แม่ปลุกให้ตื่นมาช่วยทำอาหารเลี้ยงพระด้วยเกือบทุกครั้ง โดยไม่ได้มีใครชักจูงหรือบังคับแต่อย่างใด ทุกครั้งเธอก็จะสนุกสนานกับการที่ได้ช่วยทำโน่นนี่อย่างสนุกสนาน เหมือนกับเด็กที่ได้เล่นขายของอย่างไรอย่างนั้น (นั่นอาจจะเป็นเชื้อบุญและอุปนิสัยเดิมที่ติดตามตัวมาตั้งแต่ชาติปางก่อน) ก่อนที่จะนำข้าวต้มไปถวายพระที่วัดสระเกศ ผู้เป็นบิดา-มารดาและเด็กหญิงบัวบุญก็จะใส่บาตรพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตรที่หน้าบ้านก่อนจำนวน 9 รูป (เป็นพระที่เดินมาจากวัดมะกอกซึ่งตั้งอยู่แถวอนุเสาวรีย์ชัยนั่นเอง) แล้วจีงพากันนำข้าวต้มไปถวายพระที่วัดสระเกศต่อไป เธอมักจะขออนุญาตติดตามไปที่วัดสระเกศด้วยเสมอ แต่สำหรับผู้เป็นมารดาจะตามไปวัดด้วยเป็นบางครั้งเพราะต้องการพักผ่อนต่อเนื่องจากตื่นแต่ดึกนั่นเอง
และผู้เป็นมารดาของเด็กหญิงบัวบุญ มีอาสาวผู้หนึ่งอายุของอาสาวของมารดาในขณะนั้นก้อประมาณ 65-70 ปี เห็นจะได้ ที่เรียกว่า “อาสาว” ทั้งที่อายุมากแล้วเพราะเหตุว่า อาสาวของมารดานั้นเป็นสาวพรหมจรรย์ บวชขาวถือศีลกินเจตลอดชีวิต และใช้ชีวิตอยู่แต่ในโรงเจเท่านั้นไม่ค่อยได้ออกมาสู่โลกภายนอกเท่าไร คุณอาทวดของบัวบุญบวชรักษาศีล สำรวมกายวาจาใจตั้งแต่ยังไม่เป็นนางสาวด้วยซ้ำไป (คนสมัยก่อนทำบัตรประชาชนต้องรอให้อายุ 18 ปีบริบูรณ์ก่อน แต่ปัจจุบันเด็กๆทำบัตรประชาชนตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งถ้าถามข้าพเจ้าเห็นว่ามันเร็วเกินไป เพราะเมื่อมีบัตรประชาชนเร็วแต่สภาวะทางจิต(สามัญสำนึก) ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นยังไม่พร้อมและมีไม่มากพอ เด็กสมัยนี้จึงโตเร็วเกินไปและเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นจึงไม่เกิดสำนึกแห่งความรู้ผิด-รู้ชอบมากเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาสังคมมากมายตามมา จากความรู้สึกเขาเหล่านั้นคิดว่า “หนู – ผม โตแล้ว” (ไม่ทราบว่าคนอื่นจะมีความเห็นเหมือนกันรึเปล่า) เด็กหญิงบัวบุญ เรียกคุณอาผู้นี้ว่า “อาทวด” ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “เหล่าโกว” แม่ของบัวบุญ มักจะไปเยี่ยมคุณอาทวดที่โรงเจแถวตลาดพลู ย่านฝั่งธนฯเป็นประจำทุกๆ เดือน พร้อมนำขนมเจ ผลไม้ต่างๆ กระดาษเงินกระดาษทองที่ใช้ไหว้เจ้าไปด้วย เมื่อไหว้เจ้าเสร็จ ก็จะมานั่งสนทนา ถามสาระทุกข์สุกดิบกัน พร้อมทั้งแม่ของบัวบุญก็จะ มอบเงินให้อาทวดเก็บไว้ใช้ด้วยทุกครั้ง บัวบุญชอบไปหาอาทวดมาก เพราะเมื่อไปถึงทุกครั้ง อาทวด จะเรียกให้เด็กหญิงบัวบุญมานั่งตัก และใช้มือลูบหัวของบัวบุญพร้อมทั้งให้ศีลให้พรตลอด กับมักจะหาขนมให้กินมิได้หยุด ตลอดถึงท่านจะสอนธรรมะ และเล่านิทานให้ฟังอย่างน้อย 1 เรื่องเป็นเรื่องสั้น บัวบุญจำได้ว่า เรื่องที่เล่าทุกครั้งมักจะเกี่ยวกับการทำความดี และเรื่องของเทพเจ้า-เทวดาเสมอ อาทวดชอบให้เงินกินขนมกับบัวบุญด้วย 20 บาท (สมัยนั้น 20 บาทของบัวบุญเยอะมาก ยิ่งถ้าไปช่วงใกล้ตรุษจีนบัวบุญจะได้อั่งเปาถึง 100 บาททีเดียว ทุกเทศกาลตรุษจีนแม่ของบัวบุญจะซื้อผ้าใหม่ไปให้อาทวดไว้ตัดเสื้อผ้าใส่และให้เงินอาทวดเป็นอั่งเปาทุกปี) สิ่งที่บัวบุญได้จากการไปโรงเจที่อาทวดของบัวบุญอยู่นี้ นอกจากได้รับความรักความเมตตาจากท่านแล้ว ยังได้หัดพับใบเงินใบทอง พับดอกบัว จัดถาดผลไม้ และได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนในโรงเจที่สมถะ เรียบง่าย บรรยากาศภายในโรงเจเงียบสงบ ร่มรื่นและสะอาด มีกลิ่นธูป ควันเทียน และเห็นผู้รักษาศีลนั่งสวดมนต์และนับสร้อยประคำ กระจายอยู่ทั่วไป แต่ละคนไม่ค่อยพูอคุยกัน อยู่ในอาการสงบ เป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่บัวบุญชอบมากกว่านั้น คือบัวบุญชอบ แอบมองอาทวดของเธอเสมอพลางคิดตาม ว่า
อาทวดพูดน้อย พูดช้าๆน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล เวลาจะพูดเหมือนนึกอะไรก่อนเสมอ และยิ้มอยู่ตลอดเวลา กริยาท่าทางนุ่มนวลไม่รีบร้อน ท่านั่ง ยืน เดินช้าๆ แต่ไม่เนิบนาบกลับดูกระฉับกระเฉงเสียด้วยซ้ำไป และสิ่งหนึ่งที่อาทวดทำไม่หยุดคือ นับเม็ดสร้อยประคำไม่ว่าจะอยู่อิริยาบทใด ถ้าหยุดนับก็จะนำสร้อยประคำเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อน พอทำอะไรเสร็จ ก็หยิบขึ้นมานับต่อ ส่วนผิวพรรณของอาทวดแม้จะอายุมากแล้วแต่ดูอิ่มเอิบ ขาวเนียนดูสดใสมาก และที่สำคัญแววตาของท่านสดใส ไม่ขุ่นมัวเลย เรียกว่าเป็นลักษณะของคน อิ่มบุญจริงๆ เวลาอาทวดกอดบัวบุญเธอมักได้กลิ่นหอมอ่อนจากตัวอาทวดเสมอ บัวบุญจึงชอบให้อาทวดกอดนานๆ นี่เขาเรียกว่ากลิ่นศีล กลิ่นบุญใช่หรือเปล่า
หลายปีผ่านไปจนบัวบุญอายุประมาณ 14-15 ปี ก็เกิดเหตุประหลาดขึ้นกับบัวบุญและแม่ของเธอ ในคืนวันหนึ่งขณะที่บัวบุญหลับสนิทก็ได้ฝันไปว่า อาทวดแต่งตัวด้วยชุดขาวทั้งชุดมือข้างขวาถือสร้อยประคำเส้นที่คุ้นตา(ซึ่งบัวบุญเคยถามท่านว่าประคำเส้นนี้ดูเก่ามากอายุเท่าไรแล้วอาทวดตอบว่า “อายุมากกว่าบัวบุญเพราะอายุสร้อยประคำเท่ากับที่อาทวดบวช” เนื่องจากใช้ประคำเส้นนี้มาตลอดเป็นเส้นแรกและเส้นเดียวไม่เคยเปลี่ยนเลย) ในความฝันอาทวดเดินเข้ามาหาเธอที่บ้าน ลักษณะการเดินเหมือนเหาะหรือลอยมามากกว่า พร้อมกับยิ้มให้บัวบุญ ยกมือขึ้นลูบหัวและพูดว่า “เหล่าโกวไปแล้วนะ ดูแลตัวเองดีๆ เหล่าโกวจะไปรออยู่ที่สวรรค์ ทำบุญ ทำความดีเยอะๆนะแล้ววันหนึ่งจะได้ไปอยู่ด้วยกัน ถ้ามีอะไรก็ตาม ให้คิดถึงเหล่าโกวนะ พร้อมกับบอกต่ออีกว่าเหล่าโกวให้เจ้า” พูดเท่านั้น อาทวดก็ส่งสร้อยประคำเส้นนั้นให้บัวบุญ เธอรู้สึกว่าเธอตกใจและร้องไห้พร้อมกับยกมือไหว้อาทวดของเธอ ทันใดเธอก็ตกใจตื่นขึ้น เป็นเวลาเช้าพอดี พอบัวบุญแต่งตัวเสร็จก็เล่าความฝันให้แม่ฟังเมื่อเธอเล่าจบ แม่ของบัวบุญบอกว่าท่านก็ฝันเห็นอาทวดเหมือนกัน แต่อาทวดมายืนเฉยๆ แต่งตัวสวยด้วยผ้าขาว แล้วลอยหายไป ขณะที่เล่าความฝันกันอยู่นั้นก็พอดีมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงจากปลายสายโทรมาบอกว่า “อาทวดของบัวบุญตายแล้วอย่างสงบเมื่อตอนประมาณ ตี 3 ของเมื่อคืนนี้เอง” ปัจจุบันสร้อยประคำเส้นนี้ตกอยู่ที่บัวบุญเธอรักสร้อยประคำเส้นนี้มาก เธอบอกว่าสิ่งนี้เปรียบเสมือนของมีค่าที่ล้ำค่ายิ่ง เธอเคยกล่าวว่า ต่อให้เอาทองมากองจนล้นฟ้าก็ไม่ขาย แต่จะยกให้ลูกเพื่อเป็นมรดกอันเป็นมงคลกับลูกหลานของเธอในภายหน้า และตั้งใจจะให้กับลูกหลานที่ใฝ่ในธรรมได้รักษาสืบไป ปัจจุบันเธอใช้ประคำเส้นนี้ในการภาวนาเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส และมักจะนำติดตัวในเวลาเดินทางไปไหนไกลๆเสมออีกด้วย เพราะเธอรู้สึกว่ามีอาทวดมาคุ้มครองอยู่ใกล้ๆ และที่สำคัญกว่านั้น อาทวดคือบุคคลตัวอย่างที่ให้เธอได้ปฎิบัติตาม คือ มีความเมตตา รักษาธรรม รักษาความดี ละเว้นการทำชั่วทั้งปวง และการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สมถะดำรงชีวิตอย่างพอเพียงเสมอ ไม่มีอาการของความกระหายอยากได้ สุขุม สงบ ร่มเย็นจริงๆ บัวบุญ บอกว่า “รักอาทวดเสมอค่ะ” บัวบุญก็ยังคิดถึง อาทวดของเธอตลอดไม่เคยลืมเลย และถ้านับอายุของสร้อยประคำเส้นนี้ก็ประมาณ เกือบร้อยปีเศษแล้วกระมัง ขอธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรมโดยทั่วกันและขอผลบุญนี้จงแผ่ไปให้ไพศาลถึงทุกผู้นามในบทความเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาทวดของบัวบุญผู้มีศีลบริสุทธิ์และเป็นผู้ปฎิบัติประพฤติธรรมอันเป็นหน่อเนื้อนาบุญแห่งบุญแท้ด้วยเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม
เรื่องที่ 2 พระแม่กวนอิมทรงเมตตาช่วยปลดปล่อยวิญญาณของแม่
เรื่องที่ 2 พระแม่กวนอิมทรงเมตตาช่วยปลดปล่อยวิญญาณของแม่
นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงในยุคนี้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ เหตุเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว ณ. บ้านหลังหนึ่งใน จังหวัดกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมรเรานี่เอง มีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีพี่น้องประมาณ 5 คน ซึ่งบิดา- มารดา ได้เสียชีวิตไปหมดสิ้นแล้ว แต่ละคนขาดความเคารพรักและสามัคคีต่อกัน มีแต่แก่งแย่งกันตลอดเวลา ยิ่งในขณะนั้นเมื่อไม่มีร่มโพธิร่มไทรมาปกปักษ์รักษาเขาทั้งหลาย ก็เหมือนเรือที่ขาดหางเสือ ต่างคนต่างต้องการผลประโยชน์ ในกองมรดก และช่วงชิงความเป็นใหญ่ในบ้านหลังนั้น จึงเกิดปัญหาขัดแย้งกันอยู่เสมอ จนถึงขั้นแตกหัก ถึงขนาดขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องแบ่งทรัพย์สินเป็นเรื่องราวใหญ่โต (ให้น่าอับอายต่อบรรพบุรุษ และต่อวิญญาณของพ่อแม่เป็นยิ่งนัก ถ้าเขาเหล่านั้นสามารถสัมผัสหรือมองเห็นวิญญาณของท่านได้ คงจะได้เห็นว่า ท่านกำลังร้องไห้เสียใจต่อการกระทำของเหล่าบรรดาลูกๆแน่นอน)
วันหนึ่งในขณะที่บุตรสาวคนเล็กของผู้ตายหรืออีกนัยหนึ่งก็คือน้องคนสุดท้องของพี่น้องตระกูลนี้กำลังสนทนากับเพื่อนที่บ้านเพื่อนของเธอ ก็เกิดเหตุการประหลาดขึ้น อยู่ดีเธอก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เหมือนควบคุมร่างกายไม่ได้และอยากลงนั่งลงกับพื้น กับทั้งตัวเริ่มโคลงเคลง น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนไป เป็นเสียงเล็กๆ ใส พูดจาช้าๆ เนิบ ดูใจเย็น และมีรอยยิ้มที่มุมปากตลอดเวลา พร้อมกับมือที่ข้างซ้ายจีบระหว่างนิ้งโป้ง กับนิ้วชี้อย่างสวยงามหงายมือขึ้นวางไว้ที่เข่าข้างซ้าย ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ และมือข้างขวาจีบนิ้วเหมือนข้างซ้ายแต่ตั้งตรงประคองไว้ที่บริเวณอกข้างขวา แล้วเปล่งวาจาว่า
“พรุ่งนี้ตอนเช้าให้ร่างนี้รีบกลับไปทำความสะอาดที่บริเวณหิ้งบูชาบรรพบุรุษด่วน โดยเฉพาะบริเวณรูปของผู้เป็นแม่อย่างละเอียดที่สุด สะอาดที่สุด ห้ามผลัดวันประกันพรุ่งเด็ดขาด สงสารดวงวิญญาณของผู้ตาย ออกไปไหนไม่ได้ รับส่วนบุญก็ไม่ได้ ใบหน้าเศร้าหมองมาก และกำลังอยากจะช่วยบุตรหลานให้พ้นกรรม บ้านเรือนจะได้ไม่เดือดร้อน อย่าลืม”
พอพูดจบ เธอผู้นั้นก็นั่งนิ่งๆ สักพัก แล้วกราบลงกับพื้น 3 หนสักครู่ก็ได้สติ ทุกคนถามเธอว่า รู้ตัวรึเปล่าว่าเมื่อสักครู่เป็นอะไร เธอบอกว่ารู้ตัว แต่บังคับตัวไม่ได้ และอารมณ์ในขณะนั้นเหมือนตัวเองอยากพูดแต่ในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าข้อมูลนั้นมาจากไหน รู้แต่ว่ามันต้องพูดตามบทที่เหมือนมีคำสั่งให้พูดตามนั้น หลังจากนั้นในตอนเช้าเธอก็ไปทำความสะอาดบริเวณหิ้งบูชาบรรพบุรุษตามบัญชา และเน้นที่บริเวณรูปของมารดา แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ขณะนั้นที่เธอกำลังจ้องมองดูรูปของแม่โดยเฉพาะที่บริเวณดวงตา เหมือนตาจ้องตา อยู่ดีๆ ก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า และเหมือนมีอะไรมาสกิดใจให้ถอดรูปแม่ออกมาจากกำแพง พอหันรูปดูด้านหลังพบ ยันสีแดงผืนใหญ่มีอักษรจีนซึ่งเธออ่านไม่ออก ปิดทับไว้ เพียงเท่านั้นน้ำตาของเธอก็พรั่งพรู มีทั้งอารมณ์ที่สงสารแม่ และอารมณืโกรธ ว่าใครช่างใจร้ายต่อดวงวิญญาณของแม่เธอขนาดนี้ เธอ เอายันต์ไปเผาแล้วหาน้ำมาล้างอาถรรถ์ให้แม่ เธอสืบรู้ภายหลังว่าคนที่ทำ คือ พี่สะใภ้ของเธอคนหนึ่ง(ในจำนวน 4 คน) เป็นผู้กระทำโดยความเห็นชอบของสามี (ลูกชายของแม่นั่นเอง) หลังจากนั้นเพียงคืนเดียวเธอก็ฝันเห็นแม่และพ่อมาหาและบอกขอบใจ เรื่องราวภายในครอบครัวจะคลี่คลายในเร็ววันที่สุด ท่านจะช่วยเอง พอเช้าเธอก็ทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทานและกรวดน้ำให้แม่เธอในทันที หลังจากนั้นคดีความก็จบลง ทุกคนแยกย้ายไปในทิศทางที่ตัวเลือก ลูกบางคนก็ได้รับผลกรรมอย่างแสนสาหัส เป็นอัมพฤกตลอดชีวิตตามที่ตนได้สร้างไว้อย่างสาสม
อ้อลืมเล่าไปว่าเพื่อนของเจ้าของเรื่องนี้ได้ถามเธอว่า“รู้ไหม?ว่าเทพเทวดาพระองค์ใดทรงเมตตามาให้ความช่วยเหลือวิญญาณของแม่” เธอตอบไปว่า “ตามที่เห็นภาพลางๆ เหมือนพระแม่กวนอิม”
แต่เจ้าจิตในจิตนี่สิบอกว่า ที่เห็นไม่ผิดหรอกของจริงเลยล่ะเป็นการเน้นย้ำในสิ่งที่เห็นในจิตนั้น แต่วันนั้นเธอไม่กล้าบอกใครกลัวหาว่าแอบอ้างแล้วกลายเป็นคนหรอกลวงไป เธอรอจนกว่าทุกอย่างจะปรากฎ หลังจากนั้นมาเธอก็รู้ว่าพระแม่กวนอิมท่านมีพระเมตตาเสมอและอยู่ใกล้ๆพวกเรานี้แหละ เพียงแต่ท่านจะเสด็จมาโปรดเมื่อเห็นว่าเวลานั้นสมควรและพร้อมกับทั้งบุญบารมีของแต่ละบุคคล ว่าท่านจะสมควรให้ความช่วยเหลือประการใด รูปแบบใดและถึงเวลาหรือยัง สิ่งศักดิ์มีจริงทุกองค์ ขอเพียงเราและท่านตั้งศรัทธาจริง ทำดีจริง ละเว้นความชั่วจริง ฟ้า-ดิน ย่อมมีตา
ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่านผู้ปฏิบัติธรรมและท่านผู้มีมุทิตาจิตต่อผู้มีพระคุณทุกคน สาธุ สาธุ สาธุ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม
พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ โปรดให้การช่วยเหลือลูกกตัญญู
และที่สำคัญกว่านั้นจุดประสงค์ของการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆนี้ เพื่อบูชาพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า บูชามหาเทพ มหาพรหม บรมครูทุกพระองค์ บูชาบิดา-มารดา และเทวดาทุกชั้นวิมาน บูชาคุณงามความดี บูชาศีล-บูชาธรรม ดังนั้นเมื่อเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ขอให้งานเขียนของดิฉันจงสำเร็จประโยชน์ทุกประการเทอญ และหากมีสิ่งหนึ่งอันใดผิดพลาดขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายได้โปรดให้อภัยและอดโทษแก่ดิฉันด้วยเถิด พร้อมทั้งได้โปรดเมตตาดลจิตดลใจ ชี้ทางแห่งปัญญาให้เกิดในบัดดลเพื่อถ่ายทอดประสพการณ์บุญให้บรรลุผลแห่งความดีทุกประการ เทอญ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เรื่องที่ 1 ความกตัญญู เป็นเลิศที่สุดแห่งการปฎิบัติธรรม แม้แต่องค์สมเด็จพระภควันสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระองค์ท่านได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านยังเสด็จไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ไปแสดงธรรมให้พระราชมารดาได้รู้ตามในพระธรรมนั้น ตามที่เราได้ศึกษามาในพระพุทธศาสนาและมีน้ำพระทัยอันงดงามที่จะไปโปรดแก่พระบิดา และพระญาติ ตลอดจนถึง ครูบาอาจารย์ และปัญจวัคคีทั้ง ๕ ผู้เคยปฎิบัติ อุปถัมถ์ เมื่อครั้งยังบำเพ็ญทุกขกริยาอยู่ พระองค์ท่านไม่เคยลืมบุญคุณใคร มีแต่คิดจะทดแทนบุญคุณนั้นตลอดเวลา ด้วยการประกาศพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วให้เขาเหล่านั้นได้รู้ตาม เพื่อการหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ไม่สามารถจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบเทียมได้เลย พระองค์ทรงแสดงธรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยความกตัญญูไว้หลายเรื่อง ดังที่เราพอทราบแล้ว ส่วนพระประวัติของพระแม่กวนอิมเจ้าพระมหาโพธิสัตว์ผู้ยอมสละแขนทั้งสองและดวงตาทั้งสองของพระองค์เพื่อช่วยชีวิตพระราชบิดาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพยามัจจุราช โดยไม่เสียดายชีวิตหรือกลัวว่าตนจะต้องกลายเป็นคนพิการแต่อย่างใด จนสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ ในที่สุดนั่นเอง โอม มณี เปมา ฮูง สำหรับบุคคลที่จะกล่าวถึงนี้ ขอสงวนนามของเจ้าของเรื่องเพื่อสะดวกในการเผยแพร่ธรรมสืบไป
15 ปี ที่ผ่านมา ณ. บ้านหลังหนึ่งย่าน อำเภอบางเขน กทม. มีสตรีนางหนึ่ง อายุประมาณ 30ปี เป็นบุคคลที่ชอบการปฎิบัติธรรมและพยายามที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการปฎิบัติธรรมให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะการนั่งสมาธิ เธอผู้นี้มีชีวิตที่เรียบง่าย และเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีอะไรโก้หรู ทางบ้านก็ทำการค้าระดับปานกลาง แต่เหตุมีอยู่ว่า ผู้เป็นบิดาของเธอผู้นี้ได้ไปทำเรื่องกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อนำมาทำกิจการบ้านเช่า โดยนำที่ดินไปทำจองนองกับธนาคาร และให้บุตร-ธิดาเป็นผู้ค้ำประกัน ได้เงินกู้มาประมาณ ๕,000,000 (ห้าล้านบาท) ผ่อนชำราะ ๕ ปี
เรื่องมันน่าจะดีไม่มีปัญหาแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากที่ผู้เป็นบิดาได้รับการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารมาแล้วและพร้อมกับรับเงินก้อนแรกเพื่อนำมาทำการก่อสร้างอาคารดังกล่าว เธอผู้นี้ได้สังเกตเห็นบิดาของตนดูไม่มีความสุข ทานข้าวได้น้อยลง นอนไม่ค่อยหลับ (ปกติมักจะนอนพักผ่อนตอนกลางวัน) และตอนกลางคืนตื่นบ่อยกว่าปกติ แต่ที่เห็นสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในบุคคลิกของผู้เป็น บิดา คือท่าก่ายหน้าผาก กับท่าถอนหายใจ เธอเฝ้าดูอยู่ประมาณ ๒ อาทิตย์จึงตัดสินใจคุยกับท่าน ได้รับคำตอบว่า “กลุ้มใจ ที่ทำให้ลูกๆ ทุกคนต้องลำบากมาเซ็นคำประกันหนี้ให้พ่อ และ เงินกู้ก้อนนี้ก็มากด้วย อีกทั้งไม่เคยทำกิจการบ้านเช่า ไม่รู้ว่าจะดีไม๊ กังวลหลายอย่าง (และพอดีช่วงนั้นมีปัญหาวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา กับคนงานก่อสร้างเล่นตัว เนื่องจากว่าจ้างรับเหมาเฉพาะค่าแรง) เธอผู้นั้นรู้สึกสงสารบิดามาก เพราะท่านทั้งไม่กินและไม่นอน ดูซูบลง แววตาผู้เป็นพ่อมีความกังวลตลอดเวลา หลังจากนั้น ๓ วัน จึงตัดสินใจว่า ตนจะปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งถวายบุญเป็นพุทธบูชา และขอให้บุญกุศลนั้นตอบแทนบิดาของตนให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้โดยเร็วที่สุด เธอได้บอกผู้เป็นบิดา และญาติของเธอว่า ตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะปิดวาจา ถือศีล ๘ ทานเจนุ่งขาวห่มขาว และสวดมนต์ตลอดค่ำคืน ตั้งแต่ เที่ยงคืนไปยันรุ่งสว่าง ห้ามผู้ใดรบกวนและขอร้องให้ผู้เป็นพี่สะใภ้ ทำกับข้าวเจให้ทุกวัน โดยที่ไม่ให้เหตุผลอย่างใดกับใครทั้งสิ้น ยกเว้นผู้เป็นบิดาเพียงผู้เดียวโดยขอร้องว่าไม่ให้บอกใคร “การปฎิบัติธรรมครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จไม๊ แต่ลูกเชื่อมั่นในความศักดิ์ของพระผู้เป็นเจ้าและเชื่อมั่นในความกตัญญูของลูก ขอให้พ่อเก็บเป็นความลับด้วย”
เธอเริ่มปฎิบัติตั้งแต่วันนั้นโดยเข้าห้องพระจุดธูปอธิฐานจิตตามที่ตั้งใจ ขอให้พระโปรดประทานความเมตตาให้เกิดหนทางในการปลดหนี้ให้พ่อด้วยเถิด แล้วตนจะทานเจให้ตลอด ๗ วันนี้ พร้อมบำเพ็ญตบะบารมี สวดมนต์ต่อเนื่องไม่หยุดตลอดเวลาในขณะที่เข้าที่ปฎิบัติหน้าพระ จนกว่าเทียนทั้ง ๙ เล่มที่ใช้ประกอบการสวดมตน์ในแต่ละคืนจะหมดเล่มโดยไม่ทำให้ดับแต่จะให้เทียนดับเองและจะไม่ลุกจากที่ผ้าปูนั่งเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในแต่ละวันใช้เวลาประมาณ ๙ ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ในคืนแรกเธอสวดมนต์บท พาหุง มหากา จนสว่าง ขณะที่พักผ่อนในเช้าวันนั้น เธอรู้สึกเหมือนมีคนมาบอกว่า ให้สวดมนต์บท มหากรุณาธรณีสูตร ของพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระแม่รอให้การช่วยเหลืออยู่ ครั้งแรกเธอไม่เชื่อและคิดว่าตนไม่ถนัดกับพระคาถาบทนี้ แต่ก็ลองสวดดู และตั้งจิตอธิฐานว่า “หากการแสดงกตัญญูกตเวทิตาของลูกนี้สำเร็จสามารถช่วยพ่อของลูกได้ ขอให้เทียนอย่าดับเลยแม้แต่เล่มเดียวตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน” เมื่อเวลาผ่านไป จนวันที่ ๗ มาถึง ในเช้าของวันที่ ๘ เธอผู้นั้นก็ยังคงนั้งสมาธิต่อเพื่อแจ้งต่อพระเจ้าว่า ครบ ๗ วันแล้วจะขอพักผ่อน ส่วนคืนนี้จะขอเพียงนั่งสมาธิเท่านั้น แต่จิตในจิต เหมือนมีคนมาคุยด้วยว่า เธอจะต้องละเว้นเนื้อสัตว์ไม่นำเนื้อสัตว์มาเป็นอาหาร และหมั่นสวดมนต์ภาวนา ปฎิบัติธรรมให้มากขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น เธอคิดว่าคงคิดไปเองแต่ก็รับปากไปว่าถ้าสำเร็จจริงก็จะปฎิบัติให้ และขอให้ได้ทรัพย์มากพอที่จะปลดหนี้ให้กับพี่น้องตนด้วยรวม ๖ คน หลังจากนั้น ๓ วันมีคนมาขอซื้อที่ดินของพ่อที่พระโขนงซึ่งเป็นที่รกร้าง โดยบอกว่ามีคนให้ที่อยู่มาเป็นชายแก่อายุประมาณ ๗๐ ปี ขี่จักรยานสวนทางกับผู้ซื้อ ซึ่งผู้ซื้อถามว่ามีใครจะขายที่แถวนี้บ้างไม๊ ต้องการซื้อไว้ทำโกดังลุงก็หยิบกระดาษเก่าๆ (เก่าจนเหลือง) มีชื่อของเธอผู้นั้นพร้อมที่อยู่ แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ และผู้ซื้อก็มาตามที่อยู่ จนพบกัน ตกลงซื้อขายภายใน ๑ ชั่วโมง วางมัดจำอย่างไม่ต้องทำใบรับเงินและเทเงินสดภายใน ๗ วัน ที่กรมที่ดินเป็นอันหมดหนี้ทั้งปวง (คงสงสัยว่าทำไมง่ายจัง เพราะเธอเล่าเรื่องของเธอให้ชายผู้นั้นฟัง ทั้งยังบอกด้วยว่า เธอไม่เคยให้ที่อยู่กับใครเลย และชื่อที่อยู่ในกระดาษเป็นชื่อใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนมาแต่กระดาษที่เขียนมานั้นก็ไม่ใช่ลายมือเธอกับอายุกระดาษก็คงนานมากแล้ว ที่สำคัญเธอไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ผู้เป็นบิดาเป็นเจ้าของที่ดินต่างหาก เขาผู้นั้นกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นเขาต้องเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่จะได้ที่ดินแปลงนี้ไป เพราะถ้าเป็นจริงเขาคิดว่าลุงคนนั้นคงเป็นเทวดาจำแลงแน่นอน) และหลังจากนั้นอีกไม่นานประมาณไม่ถึงเดือน ก็มีคนมาของซื้อที่อีกแปลง อย่างง่ายดายเทเงินสดทันทีเช่นกัน รวมได้เงินมา ๑๕ ล้าน รวมความทั้งหมดตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียรและจนกระทั้งได้รับความเมตตาจากพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์เจ้าแล้วไม่เกิน ๒ เดือนทุกอย่างสัมฤทธิ์ผลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นกำลังใจให้เธอผู้นั้น เชื่อว่า บุญ-บาป มีจีริง สิ่งศักดิ์- เทพเจ้า-พระโพธิสัตว์มีจริง
นี่เป็นกำลังใจแรกให้แก่บุคคลอื่นๆอีกมากมายที่ยังคลางแคลงสงสัยว่า บุญมีจริงหรือไม่ เทพยดามีจริงหรือไม่ และทำดีได้ดีจริงหรือเปล่า ขอเพียงท่านศรัทธาในพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า พระผู้เป็นเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ปฎิบัติธรรม สร้างสั่งสมความดี เพียรงดละเว้นความชั่ว เชื่อว่าท่านจะไม่ตกทุกข์ได้ยาก ทุกอย่างจะคลี่คลาย ร้ายกลายเป็นดี (หากมีกระแสกรรมชั่วมากยิ่งต้องเร่งแก้ไข หมั่นสร้างกุศลและความดีให้มาก เน้นการปฎิบัติ ทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสำคัญ พระเจ้าจึงจะช่วยท่านได้อย่างบริบูรณ์) ขอให้พระรักษาธรรมคุ้มครองทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ทั่วกัน
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
บุญกุศลใดที่เกิดจากการเล่าประวัติของเธอผู้นี้และจากการเผยแผ่ธรรมจากเรื่องนี้ ขอน้อมจิตจำนงมุ่งตรงถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์และพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ทั่วทั้งแสนโกฎิหมื่นจักรวาล โดยเฉพาะพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมเจ้าข้าพเจ้าขอน้อมถวายบุญกุศลนี้แด่พระองค์พระผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาอย่างที่สุดพระพุทธเจ้าค่ะ และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ให้กับทุกดวงจิตวิญญาณและสัพสัตว์ทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเนื้อเรื่องนี้ทุกท่านโดยทั่วกันเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม
เรื่องที่ 1 พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ โปรดให้การช่วยเหลือลูกกตัญญู
และที่สำคัญกว่านั้นจุดประสงค์ของการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆนี้ เพื่อบูชาพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า บูชามหาเทพ มหาพรหม บรมครูทุกพระองค์ บูชาบิดา-มารดา และเทวดาทุกชั้นวิมาน บูชาคุณงามความดี บูชาศีล-บูชาธรรม ดังนั้นเมื่อเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ขอให้งานเขียนของดิฉันจงสำเร็จประโยชน์ทุกประการเทอญ และหากมีสิ่งหนึ่งอันใดผิดพลาดขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายได้โปรดให้อภัยและอดโทษแก่ดิฉันด้วยเถิด พร้อมทั้งได้โปรดเมตตาดลจิตดลใจ ชี้ทางแห่งปัญญาให้เกิดในบัดดลเพื่อถ่ายทอดประสพการณ์บุญให้บรรลุผลแห่งความดีทุกประการ เทอญ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เรื่องที่ 1 ความกตัญญู เป็นเลิศที่สุดแห่งการปฎิบัติธรรม แม้แต่องค์สมเด็จพระภควันสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระองค์ท่านได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านยังเสด็จไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ไปแสดงธรรมให้พระราชมารดาได้รู้ตามในพระธรรมนั้น ตามที่เราได้ศึกษามาในพระพุทธศาสนาและมีน้ำพระทัยอันงดงามที่จะไปโปรดแก่พระบิดา และพระญาติ ตลอดจนถึง ครูบาอาจารย์ และปัญจวัคคีทั้ง ๕ ผู้เคยปฎิบัติ อุปถัมถ์ เมื่อครั้งยังบำเพ็ญทุกขกริยาอยู่ พระองค์ท่านไม่เคยลืมบุญคุณใคร มีแต่คิดจะทดแทนบุญคุณนั้นตลอดเวลา ด้วยการประกาศพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วให้เขาเหล่านั้นได้รู้ตาม เพื่อการหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ไม่สามารถจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบเทียมได้เลย พระองค์ทรงแสดงธรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยความกตัญญูไว้หลายเรื่อง ดังที่เราพอทราบแล้ว ส่วนพระประวัติของพระแม่กวนอิมเจ้าพระมหาโพธิสัตว์ผู้ยอมสละแขนทั้งสองและดวงตาทั้งสองของพระองค์เพื่อช่วยชีวิตพระราชบิดาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพยามัจจุราช โดยไม่เสียดายชีวิตหรือกลัวว่าตนจะต้องกลายเป็นคนพิการแต่อย่างใด จนสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ ในที่สุดนั่นเอง โอม มณี เปมา ฮูง สำหรับบุคคลที่จะกล่าวถึงนี้ ขอสงวนนามของเจ้าของเรื่องเพื่อสะดวกในการเผยแพร่ธรรมสืบไป
15 ปี ที่ผ่านมา ณ. บ้านหลังหนึ่งย่าน อำเภอบางเขน กทม. มีสตรีนางหนึ่ง อายุประมาณ 30ปี เป็นบุคคลที่ชอบการปฎิบัติธรรมและพยายามที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการปฎิบัติธรรมให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะการนั่งสมาธิ เธอผู้นี้มีชีวิตที่เรียบง่าย และเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีอะไรโก้หรู ทางบ้านก็ทำการค้าระดับปานกลาง แต่เหตุมีอยู่ว่า ผู้เป็นบิดาของเธอผู้นี้ได้ไปทำเรื่องกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อนำมาทำกิจการบ้านเช่า โดยนำที่ดินไปทำจองนองกับธนาคาร และให้บุตร-ธิดาเป็นผู้ค้ำประกัน ได้เงินกู้มาประมาณ ๕,000,000 (ห้าล้านบาท) ผ่อนชำราะ ๕ ปี
เรื่องมันน่าจะดีไม่มีปัญหาแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากที่ผู้เป็นบิดาได้รับการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารมาแล้วและพร้อมกับรับเงินก้อนแรกเพื่อนำมาทำการก่อสร้างอาคารดังกล่าว เธอผู้นี้ได้สังเกตเห็นบิดาของตนดูไม่มีความสุข ทานข้าวได้น้อยลง นอนไม่ค่อยหลับ (ปกติมักจะนอนพักผ่อนตอนกลางวัน) และตอนกลางคืนตื่นบ่อยกว่าปกติ แต่ที่เห็นสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในบุคคลิกของผู้เป็น บิดา คือท่าก่ายหน้าผาก กับท่าถอนหายใจ เธอเฝ้าดูอยู่ประมาณ ๒ อาทิตย์จึงตัดสินใจคุยกับท่าน ได้รับคำตอบว่า “กลุ้มใจ ที่ทำให้ลูกๆ ทุกคนต้องลำบากมาเซ็นคำประกันหนี้ให้พ่อ และ เงินกู้ก้อนนี้ก็มากด้วย อีกทั้งไม่เคยทำกิจการบ้านเช่า ไม่รู้ว่าจะดีไม๊ กังวลหลายอย่าง (และพอดีช่วงนั้นมีปัญหาวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา กับคนงานก่อสร้างเล่นตัว เนื่องจากว่าจ้างรับเหมาเฉพาะค่าแรง) เธอผู้นั้นรู้สึกสงสารบิดามาก เพราะท่านทั้งไม่กินและไม่นอน ดูซูบลง แววตาผู้เป็นพ่อมีความกังวลตลอดเวลา หลังจากนั้น ๓ วัน จึงตัดสินใจว่า ตนจะปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งถวายบุญเป็นพุทธบูชา และขอให้บุญกุศลนั้นตอบแทนบิดาของตนให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้โดยเร็วที่สุด เธอได้บอกผู้เป็นบิดา และญาติของเธอว่า ตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะปิดวาจา ถือศีล ๘ ทานเจนุ่งขาวห่มขาว และสวดมนต์ตลอดค่ำคืน ตั้งแต่ เที่ยงคืนไปยันรุ่งสว่าง ห้ามผู้ใดรบกวนและขอร้องให้ผู้เป็นพี่สะใภ้ ทำกับข้าวเจให้ทุกวัน โดยที่ไม่ให้เหตุผลอย่างใดกับใครทั้งสิ้น ยกเว้นผู้เป็นบิดาเพียงผู้เดียวโดยขอร้องว่าไม่ให้บอกใคร “การปฎิบัติธรรมครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จไม๊ แต่ลูกเชื่อมั่นในความศักดิ์ของพระผู้เป็นเจ้าและเชื่อมั่นในความกตัญญูของลูก ขอให้พ่อเก็บเป็นความลับด้วย”
เธอเริ่มปฎิบัติตั้งแต่วันนั้นโดยเข้าห้องพระจุดธูปอธิฐานจิตตามที่ตั้งใจ ขอให้พระโปรดประทานความเมตตาให้เกิดหนทางในการปลดหนี้ให้พ่อด้วยเถิด แล้วตนจะทานเจให้ตลอด ๗ วันนี้ พร้อมบำเพ็ญตบะบารมี สวดมนต์ต่อเนื่องไม่หยุดตลอดเวลาในขณะที่เข้าที่ปฎิบัติหน้าพระ จนกว่าเทียนทั้ง ๙ เล่มที่ใช้ประกอบการสวดมตน์ในแต่ละคืนจะหมดเล่มโดยไม่ทำให้ดับแต่จะให้เทียนดับเองและจะไม่ลุกจากที่ผ้าปูนั่งเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในแต่ละวันใช้เวลาประมาณ ๙ ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ในคืนแรกเธอสวดมนต์บท พาหุง มหากา จนสว่าง ขณะที่พักผ่อนในเช้าวันนั้น เธอรู้สึกเหมือนมีคนมาบอกว่า ให้สวดมนต์บท มหากรุณาธรณีสูตร ของพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระแม่รอให้การช่วยเหลืออยู่ ครั้งแรกเธอไม่เชื่อและคิดว่าตนไม่ถนัดกับพระคาถาบทนี้ แต่ก็ลองสวดดู และตั้งจิตอธิฐานว่า “หากการแสดงกตัญญูกตเวทิตาของลูกนี้สำเร็จสามารถช่วยพ่อของลูกได้ ขอให้เทียนอย่าดับเลยแม้แต่เล่มเดียวตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน” เมื่อเวลาผ่านไป จนวันที่ ๗ มาถึง ในเช้าของวันที่ ๘ เธอผู้นั้นก็ยังคงนั้งสมาธิต่อเพื่อแจ้งต่อพระเจ้าว่า ครบ ๗ วันแล้วจะขอพักผ่อน ส่วนคืนนี้จะขอเพียงนั่งสมาธิเท่านั้น แต่จิตในจิต เหมือนมีคนมาคุยด้วยว่า เธอจะต้องละเว้นเนื้อสัตว์ไม่นำเนื้อสัตว์มาเป็นอาหาร และหมั่นสวดมนต์ภาวนา ปฎิบัติธรรมให้มากขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น เธอคิดว่าคงคิดไปเองแต่ก็รับปากไปว่าถ้าสำเร็จจริงก็จะปฎิบัติให้ และขอให้ได้ทรัพย์มากพอที่จะปลดหนี้ให้กับพี่น้องตนด้วยรวม ๖ คน หลังจากนั้น ๓ วันมีคนมาขอซื้อที่ดินของพ่อที่พระโขนงซึ่งเป็นที่รกร้าง โดยบอกว่ามีคนให้ที่อยู่มาเป็นชายแก่อายุประมาณ ๗๐ ปี ขี่จักรยานสวนทางกับผู้ซื้อ ซึ่งผู้ซื้อถามว่ามีใครจะขายที่แถวนี้บ้างไม๊ ต้องการซื้อไว้ทำโกดังลุงก็หยิบกระดาษเก่าๆ (เก่าจนเหลือง) มีชื่อของเธอผู้นั้นพร้อมที่อยู่ แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ และผู้ซื้อก็มาตามที่อยู่ จนพบกัน ตกลงซื้อขายภายใน ๑ ชั่วโมง วางมัดจำอย่างไม่ต้องทำใบรับเงินและเทเงินสดภายใน ๗ วัน ที่กรมที่ดินเป็นอันหมดหนี้ทั้งปวง (คงสงสัยว่าทำไมง่ายจัง เพราะเธอเล่าเรื่องของเธอให้ชายผู้นั้นฟัง ทั้งยังบอกด้วยว่า เธอไม่เคยให้ที่อยู่กับใครเลย และชื่อที่อยู่ในกระดาษเป็นชื่อใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนมาแต่กระดาษที่เขียนมานั้นก็ไม่ใช่ลายมือเธอกับอายุกระดาษก็คงนานมากแล้ว ที่สำคัญเธอไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ผู้เป็นบิดาเป็นเจ้าของที่ดินต่างหาก เขาผู้นั้นกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นเขาต้องเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่จะได้ที่ดินแปลงนี้ไป เพราะถ้าเป็นจริงเขาคิดว่าลุงคนนั้นคงเป็นเทวดาจำแลงแน่นอน) และหลังจากนั้นอีกไม่นานประมาณไม่ถึงเดือน ก็มีคนมาของซื้อที่อีกแปลง อย่างง่ายดายเทเงินสดทันทีเช่นกัน รวมได้เงินมา ๑๕ ล้าน รวมความทั้งหมดตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียรและจนกระทั้งได้รับความเมตตาจากพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์เจ้าแล้วไม่เกิน ๒ เดือนทุกอย่างสัมฤทธิ์ผลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นกำลังใจให้เธอผู้นั้น เชื่อว่า บุญ-บาป มีจีริง สิ่งศักดิ์- เทพเจ้า-พระโพธิสัตว์มีจริง
นี่เป็นกำลังใจแรกให้แก่บุคคลอื่นๆอีกมากมายที่ยังคลางแคลงสงสัยว่า บุญมีจริงหรือไม่ เทพยดามีจริงหรือไม่ และทำดีได้ดีจริงหรือเปล่า ขอเพียงท่านศรัทธาในพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า พระผู้เป็นเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ปฎิบัติธรรม สร้างสั่งสมความดี เพียรงดละเว้นความชั่ว เชื่อว่าท่านจะไม่ตกทุกข์ได้ยาก ทุกอย่างจะคลี่คลาย ร้ายกลายเป็นดี (หากมีกระแสกรรมชั่วมากยิ่งต้องเร่งแก้ไข หมั่นสร้างกุศลและความดีให้มาก เน้นการปฎิบัติ ทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสำคัญ พระเจ้าจึงจะช่วยท่านได้อย่างบริบูรณ์) ขอให้พระรักษาธรรมคุ้มครองทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ทั่วกัน
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
บุญกุศลใดที่เกิดจากการเล่าประวัติของเธอผู้นี้และจากการเผยแผ่ธรรมจากเรื่องนี้ ขอน้อมจิตจำนงมุ่งตรงถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์และพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ทั่วทั้งแสนโกฎิหมื่นจักรวาล โดยเฉพาะพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมเจ้าข้าพเจ้าขอน้อมถวายบุญกุศลนี้แด่พระองค์พระผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาอย่างที่สุดพระพุทธเจ้าค่ะ และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ให้กับทุกดวงจิตวิญญาณและสัพสัตว์ทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเนื้อเรื่องนี้ทุกท่านโดยทั่วกันเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม
เรื่องที่ 1 พระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ โปรดให้การช่วยเหลือลูกกตัญญู
และที่สำคัญกว่านั้นจุดประสงค์ของการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆนี้ เพื่อบูชาพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า บูชามหาเทพ มหาพรหม บรมครูทุกพระองค์ บูชาบิดา-มารดา และเทวดาทุกชั้นวิมาน บูชาคุณงามความดี บูชาศีล-บูชาธรรม ดังนั้นเมื่อเป็นเจตนาอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ขอให้งานเขียนของดิฉันจงสำเร็จประโยชน์ทุกประการเทอญ และหากมีสิ่งหนึ่งอันใดผิดพลาดขอให้สิ่งศักดิ์ทั้งหลายได้โปรดให้อภัยและอดโทษแก่ดิฉันด้วยเถิด พร้อมทั้งได้โปรดเมตตาดลจิตดลใจ ชี้ทางแห่งปัญญาให้เกิดในบัดดลเพื่อถ่ายทอดประสพการณ์บุญให้บรรลุผลแห่งความดีทุกประการ เทอญ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เรื่องที่ 1 ความกตัญญู เป็นเลิศที่สุดแห่งการปฎิบัติธรรม แม้แต่องค์สมเด็จพระภควันสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระองค์ท่านได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านยังเสด็จไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ไปแสดงธรรมให้พระราชมารดาได้รู้ตามในพระธรรมนั้น ตามที่เราได้ศึกษามาในพระพุทธศาสนาและมีน้ำพระทัยอันงดงามที่จะไปโปรดแก่พระบิดา และพระญาติ ตลอดจนถึง ครูบาอาจารย์ และปัญจวัคคีทั้ง ๕ ผู้เคยปฎิบัติ อุปถัมถ์ เมื่อครั้งยังบำเพ็ญทุกขกริยาอยู่ พระองค์ท่านไม่เคยลืมบุญคุณใคร มีแต่คิดจะทดแทนบุญคุณนั้นตลอดเวลา ด้วยการประกาศพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วให้เขาเหล่านั้นได้รู้ตาม เพื่อการหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งปวง พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่นี้ไม่สามารถจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบเทียมได้เลย พระองค์ทรงแสดงธรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยความกตัญญูไว้หลายเรื่อง ดังที่เราพอทราบแล้ว ส่วนพระประวัติของพระแม่กวนอิมเจ้าพระมหาโพธิสัตว์ผู้ยอมสละแขนทั้งสองและดวงตาทั้งสองของพระองค์เพื่อช่วยชีวิตพระราชบิดาให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพยามัจจุราช โดยไม่เสียดายชีวิตหรือกลัวว่าตนจะต้องกลายเป็นคนพิการแต่อย่างใด จนสำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ ในที่สุดนั่นเอง โอม มณี เปมา ฮูง สำหรับบุคคลที่จะกล่าวถึงนี้ ขอสงวนนามของเจ้าของเรื่องเพื่อสะดวกในการเผยแพร่ธรรมสืบไป
15 ปี ที่ผ่านมา ณ. บ้านหลังหนึ่งย่าน อำเภอบางเขน กทม. มีสตรีนางหนึ่ง อายุประมาณ 30ปี เป็นบุคคลที่ชอบการปฎิบัติธรรมและพยายามที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการปฎิบัติธรรมให้เพิ่มขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะการนั่งสมาธิ เธอผู้นี้มีชีวิตที่เรียบง่าย และเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้มีอะไรโก้หรู ทางบ้านก็ทำการค้าระดับปานกลาง แต่เหตุมีอยู่ว่า ผู้เป็นบิดาของเธอผู้นี้ได้ไปทำเรื่องกู้ยืมเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อนำมาทำกิจการบ้านเช่า โดยนำที่ดินไปทำจองนองกับธนาคาร และให้บุตร-ธิดาเป็นผู้ค้ำประกัน ได้เงินกู้มาประมาณ ๕,000,000 (ห้าล้านบาท) ผ่อนชำราะ ๕ ปี
เรื่องมันน่าจะดีไม่มีปัญหาแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากที่ผู้เป็นบิดาได้รับการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารมาแล้วและพร้อมกับรับเงินก้อนแรกเพื่อนำมาทำการก่อสร้างอาคารดังกล่าว เธอผู้นี้ได้สังเกตเห็นบิดาของตนดูไม่มีความสุข ทานข้าวได้น้อยลง นอนไม่ค่อยหลับ (ปกติมักจะนอนพักผ่อนตอนกลางวัน) และตอนกลางคืนตื่นบ่อยกว่าปกติ แต่ที่เห็นสิ่งแปลกใหม่เข้ามาในบุคคลิกของผู้เป็น บิดา คือท่าก่ายหน้าผาก กับท่าถอนหายใจ เธอเฝ้าดูอยู่ประมาณ ๒ อาทิตย์จึงตัดสินใจคุยกับท่าน ได้รับคำตอบว่า “กลุ้มใจ ที่ทำให้ลูกๆ ทุกคนต้องลำบากมาเซ็นคำประกันหนี้ให้พ่อ และ เงินกู้ก้อนนี้ก็มากด้วย อีกทั้งไม่เคยทำกิจการบ้านเช่า ไม่รู้ว่าจะดีไม๊ กังวลหลายอย่าง (และพอดีช่วงนั้นมีปัญหาวัสดุก่อสร้างขึ้นราคา กับคนงานก่อสร้างเล่นตัว เนื่องจากว่าจ้างรับเหมาเฉพาะค่าแรง) เธอผู้นั้นรู้สึกสงสารบิดามาก เพราะท่านทั้งไม่กินและไม่นอน ดูซูบลง แววตาผู้เป็นพ่อมีความกังวลตลอดเวลา หลังจากนั้น ๓ วัน จึงตัดสินใจว่า ตนจะปฎิบัติธรรมอย่างเคร่งถวายบุญเป็นพุทธบูชา และขอให้บุญกุศลนั้นตอบแทนบิดาของตนให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้โดยเร็วที่สุด เธอได้บอกผู้เป็นบิดา และญาติของเธอว่า ตั้งแต่วันนี้ไป เธอจะปิดวาจา ถือศีล ๘ ทานเจนุ่งขาวห่มขาว และสวดมนต์ตลอดค่ำคืน ตั้งแต่ เที่ยงคืนไปยันรุ่งสว่าง ห้ามผู้ใดรบกวนและขอร้องให้ผู้เป็นพี่สะใภ้ ทำกับข้าวเจให้ทุกวัน โดยที่ไม่ให้เหตุผลอย่างใดกับใครทั้งสิ้น ยกเว้นผู้เป็นบิดาเพียงผู้เดียวโดยขอร้องว่าไม่ให้บอกใคร “การปฎิบัติธรรมครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จไม๊ แต่ลูกเชื่อมั่นในความศักดิ์ของพระผู้เป็นเจ้าและเชื่อมั่นในความกตัญญูของลูก ขอให้พ่อเก็บเป็นความลับด้วย”
เธอเริ่มปฎิบัติตั้งแต่วันนั้นโดยเข้าห้องพระจุดธูปอธิฐานจิตตามที่ตั้งใจ ขอให้พระโปรดประทานความเมตตาให้เกิดหนทางในการปลดหนี้ให้พ่อด้วยเถิด แล้วตนจะทานเจให้ตลอด ๗ วันนี้ พร้อมบำเพ็ญตบะบารมี สวดมนต์ต่อเนื่องไม่หยุดตลอดเวลาในขณะที่เข้าที่ปฎิบัติหน้าพระ จนกว่าเทียนทั้ง ๙ เล่มที่ใช้ประกอบการสวดมตน์ในแต่ละคืนจะหมดเล่มโดยไม่ทำให้ดับแต่จะให้เทียนดับเองและจะไม่ลุกจากที่ผ้าปูนั่งเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ในแต่ละวันใช้เวลาประมาณ ๙ ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ในคืนแรกเธอสวดมนต์บท พาหุง มหากา จนสว่าง ขณะที่พักผ่อนในเช้าวันนั้น เธอรู้สึกเหมือนมีคนมาบอกว่า ให้สวดมนต์บท มหากรุณาธรณีสูตร ของพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ พระแม่รอให้การช่วยเหลืออยู่ ครั้งแรกเธอไม่เชื่อและคิดว่าตนไม่ถนัดกับพระคาถาบทนี้ แต่ก็ลองสวดดู และตั้งจิตอธิฐานว่า “หากการแสดงกตัญญูกตเวทิตาของลูกนี้สำเร็จสามารถช่วยพ่อของลูกได้ ขอให้เทียนอย่าดับเลยแม้แต่เล่มเดียวตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน” เมื่อเวลาผ่านไป จนวันที่ ๗ มาถึง ในเช้าของวันที่ ๘ เธอผู้นั้นก็ยังคงนั้งสมาธิต่อเพื่อแจ้งต่อพระเจ้าว่า ครบ ๗ วันแล้วจะขอพักผ่อน ส่วนคืนนี้จะขอเพียงนั่งสมาธิเท่านั้น แต่จิตในจิต เหมือนมีคนมาคุยด้วยว่า เธอจะต้องละเว้นเนื้อสัตว์ไม่นำเนื้อสัตว์มาเป็นอาหาร และหมั่นสวดมนต์ภาวนา ปฎิบัติธรรมให้มากขึ้น บริสุทธิ์ขึ้น เธอคิดว่าคงคิดไปเองแต่ก็รับปากไปว่าถ้าสำเร็จจริงก็จะปฎิบัติให้ และขอให้ได้ทรัพย์มากพอที่จะปลดหนี้ให้กับพี่น้องตนด้วยรวม ๖ คน หลังจากนั้น ๓ วันมีคนมาขอซื้อที่ดินของพ่อที่พระโขนงซึ่งเป็นที่รกร้าง โดยบอกว่ามีคนให้ที่อยู่มาเป็นชายแก่อายุประมาณ ๗๐ ปี ขี่จักรยานสวนทางกับผู้ซื้อ ซึ่งผู้ซื้อถามว่ามีใครจะขายที่แถวนี้บ้างไม๊ ต้องการซื้อไว้ทำโกดังลุงก็หยิบกระดาษเก่าๆ (เก่าจนเหลือง) มีชื่อของเธอผู้นั้นพร้อมที่อยู่ แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ และผู้ซื้อก็มาตามที่อยู่ จนพบกัน ตกลงซื้อขายภายใน ๑ ชั่วโมง วางมัดจำอย่างไม่ต้องทำใบรับเงินและเทเงินสดภายใน ๗ วัน ที่กรมที่ดินเป็นอันหมดหนี้ทั้งปวง (คงสงสัยว่าทำไมง่ายจัง เพราะเธอเล่าเรื่องของเธอให้ชายผู้นั้นฟัง ทั้งยังบอกด้วยว่า เธอไม่เคยให้ที่อยู่กับใครเลย และชื่อที่อยู่ในกระดาษเป็นชื่อใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนมาแต่กระดาษที่เขียนมานั้นก็ไม่ใช่ลายมือเธอกับอายุกระดาษก็คงนานมากแล้ว ที่สำคัญเธอไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ผู้เป็นบิดาเป็นเจ้าของที่ดินต่างหาก เขาผู้นั้นกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นเขาต้องเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่จะได้ที่ดินแปลงนี้ไป เพราะถ้าเป็นจริงเขาคิดว่าลุงคนนั้นคงเป็นเทวดาจำแลงแน่นอน) และหลังจากนั้นอีกไม่นานประมาณไม่ถึงเดือน ก็มีคนมาของซื้อที่อีกแปลง อย่างง่ายดายเทเงินสดทันทีเช่นกัน รวมได้เงินมา ๑๕ ล้าน รวมความทั้งหมดตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียรและจนกระทั้งได้รับความเมตตาจากพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์เจ้าแล้วไม่เกิน ๒ เดือนทุกอย่างสัมฤทธิ์ผลอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นกำลังใจให้เธอผู้นั้น เชื่อว่า บุญ-บาป มีจีริง สิ่งศักดิ์- เทพเจ้า-พระโพธิสัตว์มีจริง
นี่เป็นกำลังใจแรกให้แก่บุคคลอื่นๆอีกมากมายที่ยังคลางแคลงสงสัยว่า บุญมีจริงหรือไม่ เทพยดามีจริงหรือไม่ และทำดีได้ดีจริงหรือเปล่า ขอเพียงท่านศรัทธาในพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า พระผู้เป็นเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ปฎิบัติธรรม สร้างสั่งสมความดี เพียรงดละเว้นความชั่ว เชื่อว่าท่านจะไม่ตกทุกข์ได้ยาก ทุกอย่างจะคลี่คลาย ร้ายกลายเป็นดี (หากมีกระแสกรรมชั่วมากยิ่งต้องเร่งแก้ไข หมั่นสร้างกุศลและความดีให้มาก เน้นการปฎิบัติ ทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสำคัญ พระเจ้าจึงจะช่วยท่านได้อย่างบริบูรณ์) ขอให้พระรักษาธรรมคุ้มครองทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ทั่วกัน
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
บุญกุศลใดที่เกิดจากการเล่าประวัติของเธอผู้นี้และจากการเผยแผ่ธรรมจากเรื่องนี้ ขอน้อมจิตจำนงมุ่งตรงถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์และพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ทั่วทั้งแสนโกฎิหมื่นจักรวาล โดยเฉพาะพระมหาโพธิสัตว์กวนอิมเจ้าข้าพเจ้าขอน้อมถวายบุญกุศลนี้แด่พระองค์พระผู้ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาอย่างที่สุดพระพุทธเจ้าค่ะ และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ให้กับทุกดวงจิตวิญญาณและสัพสัตว์ทั้งหลายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเนื้อเรื่องนี้ทุกท่านโดยทั่วกันเทอญ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง โอม มณี เปมา ฮูง / นำโม อามี ทอ ฝอ ฮุก
เกษแก้ว ศรัทธาโพธิธรรม